Search this site

Showing posts with label core m. Show all posts
Showing posts with label core m. Show all posts

Sunday, 17 May 2020

ทำความรู้จักกับ Surface Go 2



Surface Go นั้น เป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของ Microsoft Surface Line ที่เริ่มวางขายกันในเดือนพฤษภาคมนี้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้า Surface Go2 นี้ แตกต่างจากรุ่นแรกอย่างไร มีอะไรที่เด่นๆ บ้าง (เหมือนเดิม คือ ผมขออนุญาตไม่ลงตาราง Product spec นะครับ หากันได้อยู๋แล้วแหละเนอะ จะเขียนถึงแหละครับ แต่ไม่ทำเป็นตารางให้ เพราะมีอยู่แล้วเต็ม internet ครับ)

การจะทำความรู้จักกันนั้น ก็ต้องเริ่มจากวีดีโอเปิดตัวกันก่อนเลย


Baby Surface Pro ที่เติบโตจนใกล้เคียง Pro



Panos Panay ซึ่งเป็นผู้ดูแล Surface Product นั้น เคยได้กล่าวไว้ตอนที่เปิดตัว Surface Go ครั้งแรกว่า ต้องการให้ Surface Go นั้น มีทุกอย่างเหมือนกับ Surface Pro ซึ่งก็ทำได้จริงๆ ตั้งแต่รุ่นแรกเลย อย่างไรก็ตาม ในรุ่นที่ 2 นี้ ก็ได้มีความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เจ้า Baby Surface Pro 2 นี้ มีประสิทธิภาพที่เข้าใกล้ Surface Pro เข้าไปอีก

คนที่ผมรู้จัก โดยเฉพาะเพื่อนต่างชาตินั้น เรียก Microsoft Surface ว่าเป็น Top of the Line of Windows Machine และสำหรับผมเอง Surface Go 2 นั้นมาในคุณภาพที่ทุกคนต้องเหลียวมองจริงจัง

เพราะอะไรบ้างนั้น... เราไปดูกันเลยครับ

544 g light เบามากๆ



ลืมไปได้เลยครับ กับ Laptop น้ำหนักมากๆ แบกทีไหล่ทรุด หลังแอ่น เพราะ Surface Go มีน้ำหนักเบามากๆ เพียง 544g เท่านั้น (ไม่รวม type cover ซึ่งหนักประมาณ 245g) เรียกได้ว่า เบาจนบางครั้งผมเองก็ต้องเปิดกระเป๋าดูอีกทีว่า เอามาด้วยหรือเปล่า 😅

10.5" PixelSense 1920 x 1290 Display



Surface Go มาพร้อมหน้าจอ PixelSense ขนาด 10.5 นิ้ว ที่ความละเอียด 1920 x 1290 pixel ที่ Colour calibrated มาแล้วจากโรงงาน

หน้าจอที่ขนาดใหญ่ขึ้น 0.5" นี้ เกิดจากการลดขนาดของขอบหน้าจอทั้งสี่ด้านลง โดยที่ไม่เพิ่มขนาดของตัวเครื่อง



ความละเอียด 1920 x 1290 pixel นี่มันคือความละเอียดเดียวกับ Surface 3 ชัดๆ ใช่แล้วครับ ความละเอียดเดียวกัน แต่หน้าจอเล็กลง 0.3 นิ้ว ก็จะทำให้มี pixel density ที่มากขึ้นไปถึง 220 PPI (ถ้าเป็นทางฝั่ง Apple ก็จะเรียกว่า Retina display)

เป็นที่รู้กันว่าหน้าจอ PixelSense ของ Microsoft นั้นให้สีที่ตรงมาก มีค่า sRGB ที่ใกล้เคียง 100% มากๆ เวลาจะใช้ในงานที่ต้องการให้สีมีความตรงกับความเป็นจริงนั้นก็สามารถใช้ได้เลย ไม่ต้อง Calibrate ใหม่ก่อนใช้ ซึ่งทำให้ Surface Go เป็น Windows laptop ที่มีหน้าจอสวยงามที่สุด ในเรตราคานี้เลยทีเดียว

เพื่อนๆ ที่เคยอ่านบทความของผมเรื่อง Surface Go มาก่อนแล้ว น่าจะทราบว่าตัวผมเองนั้น ชอบอัตราส่วนหน้าจอ 3:2 ของ Surface มากๆ เพราะเป็นอัตราส่วนหน้าจอที่ทำให้ Surface products มีส่วนสูงมากกว่า laptop ทั่วๆ ไปที่มีอัตราส่วนหน้าจอที่ 16:9 อยู่ประมาณนึง อัตราส่วนหน้าจอนี้ผมชอบมากๆ เพราะมันเหมือนสมัยเมื่อสัก 15 ปีก่อนที่อัตราส่วนหน้าจอ laptop จะสูงๆ แบบนี้แหละ แม้ว่าเวลาดู YouTube มันจะมี Black bar แต่เวลาทำงาน Microsoft Office นั้น ถ้าอัตราส่วนหน้าจอเป็น 16:9 แล้ว มันจะมีพื้นที่ให้ทำงานน้อยมากๆ แค่ Ribbon menu ก็กินพื้นที่ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้เวลาทำงาน Word/ Excel นั้นเราจะมีมุมมองที่กว้างขึ้น และทำงานได้สบายขึ้นมากเลยครับ

ทรงประสิทธิภาพ ด้วยชิพประมวลผล Intel Core m3 8100Y




สำหรับ Surface Go2 นั้น จะตอบโจทย์คนที่ต้องการใช้ Surface Go เป็นเครื่องหลักมากขึ้น โดยการเพิ่ม option ให้สามารถเลือกใช้ชิพประมวลผล Intel Core m3 8100Y ซึ่ง Microsoft ระบุว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าชิพ Pentium Gold 4415Y ในรุ่นที่แล้วมากกว่า 60% เลยทีเดียว

สำหรับชิพ Intel Core m3 8100Y นี้ เป็นชิพยอดนิยมตัวหนึ่งเลยนะครับ เพราะถูกเอาไปใช้ใน Laptop ไซส์เล็กๆ หลายรุ่น และมีเสียงตอบรับที่ดีทีเดียว

สำหรับ Benchmarks เบื้องต้นของทาง Windows Central นั้น พบว่าคะแนนสูงเกือบเป็นสองเท่าของ Surface Go รุ่นที่แล้วเลยทีเดียวครับ นอกจากจะแรงแล้ว ยังควบคุมความร้อนได้ดีอีกด้วย โดยไม่ร้อนมากไปกว่า Surface Go รุ่นที่แล้วเลย

อย่างไรก็ตาม Intel Core m3 8100Y นี้ Intel ขายในราคาสูงกว่า Pentium Gold พอสมควร ซึ่งจะทำให้ Surface Go2 Core m3 ราคาพุ่งขึ้นไปพอสมควรเลยครับ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้ใช้งานมากมาย Pentium Gold 4425Y ซึ่งแรงกว่า Pentium Gold 4415Y ใน Surface Go อยู่พอสมควร โดยเฉพาะ integrated graphic ที่ได้รับการอัพเกรดมาเป็น Intel UHD 615 เหมือนกันกับ Intel Core m3 8100Y ด้วย ส่วนตัวผมคิดว่า เป็นออพชั่นที่ไม่เลวเลยทีเดียว

Fast charging แบบเดียวกับ Surface Pro



Surface Go 2 นั้น รองรับ fast charging ที่รวดเร็วมาก แบบเดียวกับรุ่นพี่ๆ ที่สามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ในเวลา 1 ชั่วโมง แต่จะต้องหาซื้อสายชาร์จที่ Watt มากขึ้นเพิ่มเติมนะครับ (Microsoft โฆษณาว่า ชาร์จผ่าน Surface Dock 2 แต่เอาจริงๆ แค่ใช้สายชาร์จ Surface Pro ก็ได้ Fast charging แล้วครับ) แน่นอนว่า feature นี้จะช่วยให้ เวลาที่เราใช้งานแอพที่กินไฟเยอะๆ แล้วแบตหมดไว แค่มีเวลาชาร์จไฟเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้ Surface Go 2 ต่อได้ยาวๆ

Real Keyboard และ Precision Trackpad



ขอเขียนเรื่องนี้สั้นๆ แล้วกันนะครับ แม้ว่า Typecover จะอัพเดทแค่สีใหม่ๆ (Poppy Red & Ice Blue) เพราะ Keytboard & Trackpad ของ Surface Go2 นั้นเป็นคีย์บอร์ดที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวๆ มี feeling ในการพิมพ์ที่ดีที่สุดใน Keyboard ของ Laptop ที่มีขนาดเท่าๆ กัน อันนี้ผมยืนยันได้เลย เพราะเคยไปนั่งไล่ลองคีย์บอร์ดที่งาน commart มาแล้วหลายครั้ง

ส่วน Precision trackpad นั้นก็เป็นที่รู้กันว่า การที่ Typecover ของ Surface Go2 มาพร้อม Trackpad ขนาดใหญ่ที่คลุมด้วยกระจกนั้น ช่วยในการใช้งานเป็นอย่างมาก กอปรกับ precision trackpad drivers ที่ออกแบบมาเพื่อ Windows 10 โดยเฉพาะ ทำให้นี่เป็น trackpad ที่ดีที่สุดของ Laptop ที่มีขนาดพอๆ กัน

ณ ปี 2020 นี้ ผมขออนุญาต "ไม่แนะนำ" ให้ซื้อ laptop ที่ไม่ใช้ Precision trackpad drivers แล้วนะครับ... สามารถอ่านความเห็นของผมได้เต็มๆ ที่ >>บทความนี้<<

Best of the best connectivity: LTE Advance, WIFI6 and Bluetooth 5.1



เช่นเดียวกับ Surface Go รุ่นก่อนหน้า Surface Go 2 นั้น รองรับ LTE advance (เฉพาะบางรุ่น) ทั้งในรูปแบบ eSim และแบบใส่ซิม ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อ internet ผ่าน Surface Go 2 ได้ ไม่ต้องหวังพึ่ง WIFI ยิ่งสมัยนี้ LTE เป็นที่แพร่หลายและเร็วมากๆ ไม่แพ้ WIFI เลยครับ



การที่ Surface Go 2 รองรับ WIFI6 แบบเดียวกับ Surface Pro 7 ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะเท่ากับว่า Go 2 รองรับมาตรฐาน WIFI6 ซึ่งเร็วกว่า WIFI5 ไปอีกระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับ Bluetooth 5.1 ที่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ดีขึ้นกว่า Bluetooth 4.0 เดิมมากๆ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ WIFI6 & Blutooth 5.x นั้น ไว้ผมจะหาเวลามาเขียนอธิบายไว้เป็นบทความของมันเองนะครับ

เชื่อมต่อออกจอ 4K ได้



Surface Go 2 นั้น เมื่อเชื่อมต่อผ่าน USB-C จะสามารถต่ออกจอที่มีความละเอียดได้ถึง 4K จำนวน 1 จอ หรือเชื่อมต่อออกจาก 1080p จำนวน 2 จอ

การต่ออกจอนี่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน Surface Go 2 ลดปัญหาที่ว่าหน้าจอเล็กเกินไปสำหรับงานที่ต้องการพื้นที่หน้าจอมากๆ บางประเภท

สร้างมาเพื่อใช้งาน Video chat



ฟีเจอร์สุดท้ายนี้เป็นฟีเจอร์ที่สร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ตระกูล Surface มาสักพักแล้ว นั่นคือ กล้องหน้าและไมโครโฟนที่ยอดเยี่ยม





โดย Surface Go 2 นี้ มาพร้อมกับกล้องหน้าขนาด 5MP ที่รอบรับการถ่ายวีดีโอแชทที่ 1080p นอกจากนี้ Go 2 ยังมาพร้อมกับ Studio microphones ที่จูนมาสำหรับการทำ video chat โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้รวมกันแล้ว จะช่วยให้เรามีประสบการณ์ในการพูดคุยกับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน และครอบครัวของเราได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

เอาล่ะครับ วันนี้คงพอแต่เพียงเท่านี้ ไว้คราวหน้าผมจะพูดถึง performance ของ Surface Go 2 กันนะครับ

Source: Microsoft, Intel, Windows central

Tuesday, 23 April 2019

Surface Go RAM 8GB หรือ Surface Pro 2017 Core M ดี

สวัสดีครับ มีคนถามมาว่า ถ้าจะเลือกซื้อ Surface มาใช้งานควรจะเลือกตัวไหนดี ระหว่าง 

  • Surface Go, RAM 8 GB, SSD 128 GB




  • Surface Pro 2017, Core M, RAM 4GB, SSD 128 GB

สองตัวนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยว่าจะเลือกอะไรดี ก่อนอื่นผมขอฝากบทความเผื่ออยากอ่านอยากคิดเองตามนี้นะครับ

ประสิทธิภาพของ core m3 Surface Pro 2017 (เขียนร่วมกับ Core i5, i7 นะครับ)
https://py106digital.blogspot.com/2018/06/core-m3-i5-i7-laptop-notebook.html
ทำความรู้จัก Surface Go
https://py106digital.blogspot.com/2018/08/microsoft-surface-go.html
Surface Go Hands On
https://py106digital.blogspot.com/2018/09/blog-post.html
วิเคราะห์การใช้งานและรวม link review
https://py106digital.blogspot.com/2018/10/surface-go.html
อ่ะ ทีนี้ผมขอให้ความเห็นระหว่างสองรุ่นนี้นะครับ

ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า Pentium Gold 4415Y เนี่ย เป็น custom made chip ที่ Intel ทำขึ้นเพื่อใช้กับ Surface Go โดยเฉพาะ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นตัว Y อยู่ด้านหลัง อันนี้บ่งบอกว่า 4415Y นี้มีอะไรเชื่อมกับ Core M ซึ่งปัจจุบัน intel เรียกว่า Y-series อยู่แน่ๆ ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นครับ Pentium Gold 4415Y คือ Core M ที่ถูกดัดแปลงบางอย่าง โดยต้นแบบมาจาก Core M ที่ใช้กับ Surface Pro 2017 Core M นั่นล่ะครับ

จริงๆ มีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่จะสรุปให้เห็นคร่าวๆ แค่สองข้อครับ
  1. integrated GPU เป็น HD 615 ตัวเด๊ยวกันเป๊ะๆ
  2. Clock speed ใน 4415Y ถูกกำหนดไว้ที่ 1.6GHz แล้วตัด Turbo ทิ้งไป
จากด้านบน ทำให้ CPU ของ Surface Go จะช้ากว่า Surface Pro 2017 Core M อยู่ระดับหนึ่ง แต่ GPU มีประสิทธิภาพเท่ากันเป๊ะๆ แต่ Surface Go ตัวที่มี RAM 8GB นั้นจะทำได้ดีกว่าในการรองรับ multi-tasking และโปรแกรมที่ใช้ RAM เยอะๆ เช่น Lr Ps

ทั้งสองรุ่น รอบรับ Windows Hello sign-in ครับ

มีคนเคยเอา Surface Go ไป Render clip Adobe Premier อยู่ครับ ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว (ตามลิงค์ที่ให้ไว้ด้านบนนะครับ)

ข้อแตกต่างที่แท้จริง คือ Surface Pro ขนาด 12.3 นิ้ว แต่ Surface Go ขนาด 10 นิ้ว ต้องเลือกเอาครับว่าอยากได้แบบไหน เบา พกพาสะดวกสุดๆ ก็ Go ถ้าอยากได้หน้าจอใหญ่ขึ้นเพื่อเห็นชัดๆ ก็ต้อง Pro ครับ ลองนึกดูว่าเราต้องพกพามันไปไหนมาไหน อยากพกตัวไหน

อีกเรื่อง คือ Battery life ซึ่งในตัว Pro จะให้แบตมามากกว่าตัว Go พอสมควร น่าจะใช้งานจริงได้อย่างน้อย 6 hr แต่สำหรับตัว Go แม้แบตมันจะเล็ก แต่มันก็มีข้อดี คือ การที่มันไม่มี Turbo มันทำให้การกินแบตมันค่อนข้างเสถียร (Intel chip ที่มี turbo การกินไฟมักจะขึ้นกับปริมาณงานที่เราใช้ Turbo) ใช้ไปสักพักจะรู้ว่าเราต้องพกที่ชาร์จหรือไม่

Go สามารถชาร์จจาก USB-C ได้ (ต้องตัวใหญ่นิดนึงนะครับ และถ้าเป็น power bank ต้องรองรับ Power Delivery (PD) standard)

อายุการใช้งานของ Surface Pro/ Go ผมให้ไว้ที่ประมาณ 3-4 ปีแล้วกันครับ น่าจะประมาณนั้น หน้าตามันเป็น tablet ด้วย เอามาใช้เป็นคอมมันน่าจะบอบบางกว่า laptop ปกติ แนะนำว่า อย่าชาร์จไปเล่นไป มันร้อน จะพังไวกว่าปกติครับ

อีกเรื่องของ Pro คือ ต่อไปนี้ (Surface Pro 6) จะไม่มีรุ่น core M อีกต่อไป จะเริ่มที่ Core i5 RAM 8GB เลย ส่วนตัวคิดว่า เพื่อไม่ให้ทับไลน์กับ Go แบบที่เห็นกันอยู่นี้ครับ อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียอ่ะนะ

ลองดู Surface บน Lazada

Update 23 Apr 2019: ปรับ formatting ให้รองรับกับ blog template ใหม่